เรื่องหนึ่งที่คนไทยบ่นกันมากในที่ทำงาน คือ ประชุมแล้วไม่มีใครโต้แย้ง แต่มาบ่นกันนอกห้องประชุม!!!

ที่หนักหนากว่าคือ นอกจากบ่นไม่เห็นด้วยยังหาพวกคือพูดกระจายต่อให้คนอื่นไม่เห็นด้วยกับตัวเอง และลงท้ายด้วยการไม่ให้

ความร่วมมือกับมติที่ประชุม

พยักหน้าหงึก ๆ ในห้องประชุม แต่ไม่มีการลงมือทำมันคืออาการดื้อเงียบ!! (คือเงียบในห้องประชุม เงียบต่อหน้าคนที่ควร

พูดด้วย) ทำไมพวกเราถึงเป็นอย่างนี้ ? ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรากฐานของสังคมและวัฒนธรรมเราเป็นสังคมอิงกลุ่มที่เรียกว่า

Collectivism นั่นคือสังคมที่เน้นความสัมพันธ์ในกลุ่ม เน้นความเหมือนมากกว่าความต่าง ที่เราสอนกันว่า ดีได้แต่อย่าเด่น

จะเป็นภัย ต่างจากวัฒนธรรมทางตะวันตกที่ออกแนว Individualism นั่นคือให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกบุคคล

คือแต่ละคนสามารถมีความคิดเห็นของตัวเองได้เป็นเรื่องปกติ คนไทยเราเลยกลัวความขัดแย้ง เรามองการออกความเห็นที่

แตกต่างว่าเป็นการโต้แย้ง เรามองการซักถามว่าเป็นการล้วงลูก แต่ทางตะวันตกมองว่าเป็นการช่วยให้ทุกคนคิดได้ชัดเจนขึ้น

แท้ที่จริง ความขัดแย้งเป็นสิ่งจำเป็นในโลก ถ้าลิ้นไม่กระทบฟันก็คงเคี้ยวอาหารไม่ได้ ถ้าลมไม่กระทบใบเรือก็คงแล่นเรือไม่ได้

ถ้าเท้าไม่ดันพื้นและพื้นไม่ดันเท้ากลับ เราก็คงหมดหวังในการเดินไปข้างหน้า

มุมมองเรื่องความขัดแย้ง ว่าเป็นเรื่องธรรมดาและมีประโยชน์นี้ ถ้าเราไม่ช่วยกันเปลี่ยน ไม่ช่วยกันสอนคนของเรา เราจะพลาด

โอกาสมหาศาล โอกาสในการได้ความคิดดี ๆ จากคนหลาย ๆ คน โอกาสในการปรับปรุงความคิดของเราเมื่อเราเห็นมุมมอง

ของคนอื่น โอกาสในการสื่อสารให้เข้าใจตรงกันเพื่อการลงมือทำทีเข้มแข็ง

สมัยก่อน โลกไม่ซับซ้อนเท่านี้ การทำตาม ๆ กันมาอาจใช้ได้ผล เพราะโลกเปลี่ยนช้า เคยทำอย่างไรมาก็ไม่ต้องสงสัยและ

ทำต่อไป แต่สมัยนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว โลกเปลี่ยนเร็วมากเนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อทางการ

สื่อสารข้อมูลมหาศาลที่เกิดขึ้น มุมมองมากมาย ถ้าเราไม่เอามาคิดต่อยอดกันมันจะสมบูรณ์ได้ยากและใช้เวลานานเกินไป

และการที่เราจะช่วยกันคิดได้ เราต้องช่วยกันถาม ช่วยกันตอบ ดังนั้น ไม่เห็นด้วย สงสัย หรือแค่ยังไม่ชัด ต้องพูด!

เคล็ดลับคือคนพูดก็หัดพูดให้สุภาพ คนฟังก็ไม่ต้องตีความไปมากกว่าว่าเขาแค่สงสัย (ไม่ต้องคิดไปว่านี่เค้าล้วงลูก

นี่เค้าลองของ นี่เค้าค้านฉัน!) เขาถามมาเราก็ตอบไปจะได้ชัดเจน

ในที่ประชุมครั้งต่อไป หวังว่าเราจะได้ยินคำถามมากขึ้น มีมือที่ยกสูงรอถามมากขึ้น มีรอยยิ้มของคนถามและคนตอบมากขึ้น

คิดดูว่าผลที่ได้จะดีขึ้นแค่ไหนถ้าเราช่วยกันคิดเป็น และการประชุมจะสนุกขึ้นอีกเป็นกอง รับประกัน!