เมื่อคิดถึงเป้าหมายที่ตั้งให้ตัวเอง คุณรู้สึกฮึกเหิม หรือห่อเหี่ยว

เป้าหมายที่ดีควรสร้างพลังฮึกเหิมให้เราอยากมุ่งไป แต่บางคน แค่คิดถึงเป้าบางอย่างนั้น สมองก็มีเหตุผลมาอ้างมากมายว่า

ทำไมเราจะทำไม่ได้ เราเห็นอุปสรรคมากกว่าเห็นความเป็นไปได้ เป้าหมายกลายเป็นยักษ์ที่น่ากลัวอะไรที่เรารู้สึกกลัว

หากไม่จัดการ สมองเรามักจะวาดยักษ์ให้ใหญ่ขึ้น ดูสมจริงขึ้น น่ากลัวขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงมัน

วิธีจัดการกับเป้าหมายที่น่ากลัวคือ

 1. ซอยย่อยให้เป้าเล็กลง

ถ้าบอกว่าเดือนนี้ต้องสร้างงานให้ได้ 40 ชิ้น อาจฟังดูยากและเหนื่อย ลองเปลี่ยนเป็นวันนี้ต้องสร้างงานให้ได้

2 ชิ้น แค่นี้จะรู้สึกจัดการได้ง่ายขึ้น และช่วยให้เรามีสมาธิจดจ่อได้ดีขึ้นด้วยเพราะอะไรน่ะหรือ ? เป้าใหญ่เปรียบ

เสมือนการวิ่งมาราธอนไม่ใช่วิ่งสปรินท์ นั่นคือวิ่งเนิบ ๆ แต่ต้องวิ่งต่อเนื่องให้ได้ เมื่อรู้อย่างนี้…ก็ซอยให้เล็กลง

ทำให้ต่อเนื่อง คุณจะชนะแน่

     2. กำหนดการกระทำให้ชัด แล้วโฟกัสที่การกระทำตรงหน้า

ถ้าคุณโฟกัสว่าฉันต้องขายให้ได้ “ยอดขายเพิ่มขึ้น”แล้วเกิดอาการกดดัน ลองเปลี่ยนมาโฟกัสแค่ “ขาย”ดูสิ ลืมเรื่อง

ยอดที่เพิ่มขึ้นไปก่อน ถามตัวเองว่าจะขายให้ดีขึ้นต้องทำอะไร เช่น อาจตั้งเป็นกฎว่าทุก ๆ วันต้องกำหนดจำนวน

และระบุชื่อลูกค้าที่ต้องโทรหาแล้วโทรให้ครบทุกวัน ก็โฟกัสลงไปที่การกระทำ คือกำหนดแล้วก็โทรๆๆ เอาแค่นั้น!

เพราะอะไรน่ะหรือ จะขายได้ผลลัพธ์หรือไม่ มันขึ้นกับการลงมือทำไม่ใช่แค่การตั้งเป้า การลงมือทำจะช่วยฆ่าความ

กลัวได้ชะงัดถ้าโฟกัสที่ผลลัพธ์แล้วทำให้คิดไม่ออกทำไม่ถูก ลนลานหรือกังวลไปหมด ก็ไม่มีประโยชน์เลย เอาเป็นว่า

ขอให้ลงมือทำแล้วผลจะเป็นอย่างไรค่อยเรียนรู้ปรับปรุงจากมัน

3. เขียนออกมาว่าถ้าเราสำเร็จแล้วเราจะรู้สึกเช่นไร

ยิ่งคิดว่ามันน่ากลัวอย่างไร จะยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้น สมองมีธรรมชาติในการคิดลบเพราะเป็นสัญชาตญาณระวังภัย

ของมนุษย์ทุกคน ดังนั้น เราต้องฝึกสมองให้คิดบวก ยิ่งคิดเรื่องดี ๆ แม้แรกๆจะต้องฝืน แต่หลังๆจะเคยชินจนเป็น

ธรรมชาติของสมองไปเขียนหรือพูดออกมาว่าถ้าสำเร็จเราจะรู้สึกดีอย่างไรบ้าง แล้วหมั่นฝึกสมองให้คิดถึงภาพนั้น

ฝึกใจให้คลอเคลียอยู่กับอารมณ์บวกนั้นจนชิน ถึงขนาดหลับตาแล้วเห็นภาพเราที่ประสบความสำเร็จได้ชัดเจน

จะทำให้เรามีพลังลงมือทำ เพราะอะไรน่ะหรือ ความคิดและความรู้สึกของเราเชื่อมโยงกัน อะไรที่เราคิดซ้ำ ๆ จะกลาย

เป็นรูปแบบทางความคิดแบบอัตโนมัติของเรา หรือที่เรียกว่าทัศนคตินั่นเอง ฝึกคิดดีรู้สึกดี แล้วลงมือทำซะ

จะเห็นว่าทั้งสามวิธี เรามุ่งไปสู่การลงมือทำ เมื่อเจอยักษ์ ปลุกพลังของการลงมือทำขึ้นมาซะ แล้วลงมือล้มยักษ์ได้เลย! 

เขียนโดย อ.เอ้ อิศรา  สมิตะพินทุ