ทุก ๆ ปี เราจะมีช่วงเวลาตั้งเป้าหมายกันในองค์กร อาจเป็นสิ้นปีหรือต้นปี ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย และน่าสนใจมาก

ทีเดียว

สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นคือ หัวหน้ามอบหมายเป้า (ยอดขาย KPI โปรเจคท์ ฯลฯ) ให้ลูกน้อง โดยอธิบายสั้น ๆ ว่าอยากได้อะไร

เสร็จแล้วปล่อยให้ลูกน้องเป็นคนคิดเองว่าจะทำอย่างไรให้ถึงเป้านั้น บทสนทนามักจะจบประมาณนี้ :

หัวหน้า : พี่คิดว่าคุณทำได้ พี่เชื่อมั่นในตัวคุณ

ลูกน้อง : ครับ จะพยายามครับ

หัวหน้า : ติดอะไรก็บอกพี่ละกัน โชคดีนะ สู้ ๆ

จากนั้น ทั้งคู่ก็แยกจากกันไป ต่างคนต่างยุ่งกับงานประจำวันของตัว ด้วยความหวังว่าเป้านั้นจะสำเร็จได้ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง

ลูกน้องที่มีประสบการณ์ มีพลังขับเคลื่อนตัวเองมากหน่อย ก็อาจคิดหาวิธีการได้เอง วางแผนต่อแล้วลงมือทำได้เอง

แต่ลูกน้องส่วนใหญ่ อาจเสียเวลาคิดวน ๆ ลองผิดลองถูกและงมอยู่นาน กว่าจะเจอหนทาง

ถึงแม้ลูกน้องที่วางแผนเอง ก็อาจจะพลาดโอกาสเรียนรู้จากมุมมองของพี่หัวหน้า

……

สิ่งที่หลายคนยังไม่เข้าใจก็คือ การตั้งเป้าหมายสามารถทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าและลูกน้องดีขึ้นได้

เป้าหมาย ไม่สำคัญเท่า กระบวนการตั้งเป้าหมาย  เพราะในกระบวนการตั้งเป้าหมายนั้น หัวหน้าและลูกน้องได้มีโอกาสใน

การระดมสมองคุยกันและช่วยกันคิด ว่าเราจะมีวิธีการใดถึงจะไปถึงเป้าหมายนั้น

เป้าหมายจะเป็นอะไรก็ช่าง ถ้าไม่มีการวางแผนถึงวิธีการ การเตรียมความพร้อมเรื่องทักษะและทรัพยากร และการลงมือทำ

อย่างตั้งใจแล้วล่ะก็ ต่อให้เป้าบรรเจิดเพียงใด ก็เป็นแค่เป้ากระดาษ

และถ้าทั้งคู่เอามุมมอง และประสบการณ์ของตนมารวมกันในกระบวนการวางแผนแล้วนั้น จะดีกว่าให้คนใดคนหนึ่งทำเอง

แน่นอน

……

เครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการตั้งเป้า คือ SMART GOAL

อ่านบทความ ฉลาดตั้งเป้า

หลายคนเรียนเครื่องมือนี้มา หรืออ่านแล้วก็พอเข้าใจได้ แต่เคล็ดลับที่ไม่มีใครทราบคือ การนั่งลงคุยกันระหว่างพี่และน้อง

ทำให้เกิด S.M.A.R.T (Specific, Measurable, Actionable, Realistic, Time-bound) มากที่สุดเท่าที่ทั้งสองคน

จะทำได้ เป็นสิ่งที่ควรทำเรียกว่าแค่เริ่มต้นก็สำเร็จแล้ว

ไม่ได้แปลว่าหัวหน้าต้องคิดให้ว่าจะทำอย่างไร แต่หัวหน้าอาจช่วยโค้ช ช่วยถามให้เกิดการตกผลึกทางความคิดและเห็น

ภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

ลูกน้องมั่นใจมากขึ้นว่าจะทำอะไรอย่างไร หรือถ้าลูกน้องคิดไม่ออก หัวหน้าก็จะทราบและช่วยแนะนำหรือนำทางความคิดให้ได้

ลองดู แล้วคุณจะพบว่าการจับเข่าคุยกันระหว่างหัวหน้าและลูกน้อง ทำให้เป้าหมายมัน SMART มากที่สุดตั้งแต่ต้นปี

จะทำให้แผน การลงมือทำชัดเจนและมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น น้องก็เรียนรู้ ความสัมพันธ์ก็ดี งานก็ได้ เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

 

เขียนโดย อ.เอ้ อิศรา  สมิตะพินทุ