เคยเจอคนอีโก้เต็มห้องไหม ?

พวกเขามีคำพูด และสีหน้าท่าทางบางอย่าง ที่ทำให้คนรอบตัวส่วนใหญ่รู้สึก…ตัวเล็กลง รู้สึกอึดอัด รำคาญ

ในบริบทของปุถุชนอย่างเรา ๆ อีโก้ที่เติบโตแบบผิดปกตินั้น บั่นทอนสัมพันธ์ภาพของคน ๆ นั้นและเพื่อนร่วมงาน คนมีอีโก้

ส่วนใหญ่นั้นอาจคุ้นชินกันการทำให้ตัวเองดูมีความสำคัญ เพื่อให้คนอื่นปฏิบัติต่อเราอย่างพินอบพิเทา แต่จริง ๆ แล้ว การที่

คนอื่นมีความเชื่อใจ ไว้วางใจสนิทใจกับเรานั้น มีพลังมากกว่ามาก

เมื่อคุณเจอคนอีโก้เต็มห้อง เราแนะนำว่า

– อีโก้ของเขา แค่สะท้อนความเห็นของเขาที่มีต่อตัวเอง คุณอาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยว่าเขาเก่ง ดี

  สำคัญคุณมีสิทธิ์ในความเห็นของคุณ ดังนั้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออก หรือขัดคออะไรเขา

– รักษามาตรฐานตัวเอง การที่เขาหยาบคายกับคุณมันสะท้อนมาตรฐานและตัวตนของเขา แต่การที่คุณหยาบคาย

  ตอบเขาไป มันสะท้อนมาตรฐานและตัวตนของคุณ ดังนั้น ใจร่ม ๆ เข้าไว้ วางตัวให้เหมาะสมในทุกกรณี

– งานก็ส่วนงาน อีโก้ก็ส่วนอีโก้ ไม่ว่าเขาจะแสดงออกด้วยมาดอย่างไร นั่นเป็นแค่รูปแบบหรือสไตล์ของเขา

  พยายามอย่าให้ความสำคัญกับรูปแบบมากนัก เพราะคุณจะหลงประเด็น จงโฟกัสที่แก่นสาร หรือเนื้อหาแทน

– การให้ฟีดแบค หรือบอกเขาตรง ๆ ว่าเขามีอีโก้สูงอาจไม่ได้ผล (แม้เขาจะเป็นลูกน้องคุณ) เพราะอีโก้ทำให้เขามี

  กำแพงและไม่ได้ยินในสิ่งที่คุณแนะนำ วิธีการที่ได้ผลกว่า คือ ทำสิ่งที่ถูกต้องให้เขาสังเกตเห็นเอง เราค่อย ๆ

  ชักจูงให้เขาทำสิ่งที่เหมาะสมกว่าได้ โดยไม่ต้องคาดคั้นให้เขายอมรับผิดหรือเสียหน้าอะไร การสอนสิ่งที่ถูกน่าจะ

  ดีกว่า

– แต่คุณยังจำเป็นต้องให้ฟีดแบค เรื่องการใช้คำพูดและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม (ซึ่งต่างกับการฟีดแบคว่าเขามี

  อีโก้สูง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่คุณเป็นหัวหน้าเขา เช่น ยังจำเป็นต้องบอกเขาว่าการใช้คำพูดหยาบคายและ

  ดูถูกคนอื่น หรือการเถียงอย่างเอาชนะ หรือการไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่น เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่

  ทำงานและอาจมีผลต่อการได้รับความร่วมมือจากคนอื่น

– ดูอีโก้ของคุณเอง ส่วนใหญ่แล้ว คนเดือนร้อนกับคนอีโก้สูง เพราะรู้สึกว่ามันทิ่มอีโก้เรานั่นเอง จริง ๆ แล้วถ้าเรา

  ไม่ต้องยึดถือตัวตนมากมายนัก ความเห็นก็เป็นแค่ความเห็นหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นความเห็นของฉัน การที่เขา

  ตำหนิก็แค่ตำหนิความเห็นที่ฉันพูด ไม่ได้ตำหนิตัวฉัน ก็เท่านั้น ถือเป็นโอกาสฝึกควบคุมอีโก้ของเราด้วย

– เข้าใจ และเมตตาเขา สุดท้ายแล้ว หากคุณเห็นว่า พฤติกรรมที่ไม่น่ารักอะไรก็ตาม จริง ๆ แล้วเป็นแรงสะท้อนจาก

  จิตใจที่ไม่มีความสุขเต็ม จิตใจที่ยังขาด คน ๆ นั้นอาจต้องการการยอมรับ หรือต้องการความมั่นใจว่าตัวเอง

  สำคัญ ก็เป็นไปได้ เมตตาเขาเถอะ เพราะเพียงแค่นี้ คุณก็สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะมี

  ประโยชน์ต่อเขา ช่วยให้เขาค่อย ๆ เปลี่ยนได้

อย่าเอาอีโก้คุณไปชนกับอีโก้เขาเลย เพราะมันไม่ช่วยให้ใครเป็นคนที่ดีขึ้น เก่งขึ้น สักคน