เคยมั้ย ตั้งเป้าเดิม ๆ แต่แล้วเราก็ไม่ทำมัน…เหมือนเดิม

เราอาจอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น เราไม่มีเวลา แต่เอ๊ะ หรือเราไม่ได้อยากได้เป้านั้นจริง ๆ กันแน่ นั่นคือ เราไม่ได้อยากได้มาก

พอที่เราจะ…ลงมือทำจริงจัง ทุ่มเทกับมันเต็มที่ เช่น การออกกำลังกาย การตื่นนอนแต่เช้า การอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น

การเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม การทบทวน และปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง เราก็อยากได้นะถ้ามันทำง่ายพอ แต่ถ้ามันยาก

เราไม่เอาก็ได้และแล้วเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ก็ล้มไปไม่นานหลังจากที่เราตั้ง

วิธีจัดการกับเป้าหมายที่เราไม่ได้รู้สึกอยากมากมาย คือ

1. ทำเป็นนิสัย ไม่ต้องพึ่งพาความอยาก

คนที่ฝึกให้ตัวเองทำอะไรได้ต่อเนื่อง แรก ๆ อาจเริ่มจากความอยาก แต่เมื่อลงมือทำต่อเนื่องจนกลายเป็นนิสัย

และความเคยชิน คือแม้ไม่อยากก็ลงมือทำได้ และฝึกแบบนั้น คุณจะเพิ่มโอกาสสำเร็จในหลายสิ่งในชีวิตด้วยวิธี

เดียวกันนั้น มีคนเคยบอกว่า ให้ออกกำลังกายไม่ใช่เพราะมันสนุก แต่ออกกำลังกายเพราะเป็นหน้าที่ที่เราต้องดูแล

ร่างกายเรา ถ้าคุณฝึกไม่พึ่งความอยาก ตัดสินใจว่าจะทำ แล้วก็ลงมือทำ เหมือนที่ไนกี้บอกว่า Just Do it!

คุณจะเพิ่มอำนาจให้กับตัวเองขึ้นทันทีทดลองกับสิ่งเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายขนาดไปสิ่งใหญ่ ๆ ก็ได้

2. ตัดสินใจจะทำเพราะมันคือเรา

“ค่านิยม”(values) คือนามธรรมที่เราเห็นว่าสำคัญมากที่สุดสำหรับเรา (เช่น การเติบโต การมีน้ำใจ มิตรภาพ

ความสำเร็จ ครอบครัว ความสนุกสนาน การพัฒนาตน ความซื่อสัตย์ ฯลฯ) ซึ่งแต่ละคนจะให้คุณค่ากับสิ่งต่าง ๆ

ไม่เท่ากันและทุกคนมีสิทธิ์เลือก โดยปกติ การที่เราให้ความสำคัญกับอะไรนั้น เกิดจากการปลูกฝังเลี้ยงดูส่วนหนึ่ง

ประสบการณ์ในชีวิต นิสัยใจคอของเราก็มีส่วนและที่แน่ ๆ เราสามารถ เลือกได้  ว่าเราจะให้ความสำคัญกับอะไร

และจะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นเรา

เมื่อเราเลือก และบ่มเพาะการกระทำทุกวันของเราให้สอดคล้องกับค่านิยมที่เราเลือก เราจะมีความชัดเจน

และมีความสุขเพราะมันคือ แรงจูงใจขั้นสูงสุดเลยทีเดียว ดังนั้น เลือกว่าอะไรสำคัญสำหรับคุณ แล้วหาสิ่งนั้นให้เจอ

ในเป้าหมายนั้นมันจะเพิ่มแรงจูงใจให้คุณ เช่น คนสามคนสามารถฝึกภาษาอังกฤษทุกวันด้วยแรงจูงใจที่ต่างกัน

เมื่อท้อ คนแรกคิดว่าฉันเป็นคนมีวินัย คนที่สองคิดว่าฉันต้องทำจะได้ก้าวหน้าเพื่อครอบครัว คนที่สามทำเพราะได้ฝึก

ไปด้วยกันกับเพื่อนใหม่ ๆ

 3. ตั้งเป้าใหม่ที่ใจคุณอยากได้มากกว่า

ถ้าสุดท้ายแล้วคุณยังรู้สึกไม่อยากได้สิ่งนี้ ก็อย่าหลอกตัวเองอีกต่อไปเลย เพราะการพูดว่าอยากได้แล้วไม่ทำ

มันเป็นการบ่มนิสัยของความไม่ชัดเจนของคุณให้ไปเริ่มต้นทำในสิ่งที่คุณอยากได้มากกว่า เพื่อให้คุณชินกับความ

สำเร็จเสียก่อน เมื่อนั้น คุณค่อยกลับมาทำสิ่งนี้ด้วยความมั่นใจในตัวเองที่เพิ่มขึ้นก็ยังไม่สาย

       

เขียนโดย อ.เอ้ อิศรา  สมิตะพินทุ