พอพูดถึงความรู้สึกตัว คนมักจะเข้าใจไปว่า คือการรู้เนื้อรู้ตัวเมื่ออยู่นิ่ง ๆ หารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงแล้ว

ความรู้สึกตัวคือ การที่แม้ในขณะที่กายเราเคลื่อนไหว หรือสิ่งรอบตัวเคลื่อนไหว แต่ภายในของเรายังนิ่ง

นั่นคือความสุขุมคัมภีรภาพ ดั่งเป็นจอมยุทธ์ร้อยกระบวนท่าที่มีกำลังภายในแข็งแกร่ง สามารถใช้กระบวนท่าไหน

ก็ได้ มาจัดการกับการงานทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาได้

วันทั้งวัน คุณอาจมีงานหลายอย่างที่ต้องทำ มีนหลายคนที่ต้องติดต่อ มีความวุ่นวาย ท้าทายหลายอย่างรอให้คุณ

เผชิญความรู้สึกตัวในความวุ่นวาย คือ :

 

      • รู้ตัวอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไร อยากทำอะไร และควรทำอะไร (เช่น กำลังเสริชหาข้อมูลงาน เห็นเรื่อง

       สนใจ อยากอ่านควรทำสิ่งนี้เสร็จในครึ่งชั่วโมง ถ้าไม่รู้ ก็จะทำเพลินไปสองชั่วโมง เผลอๆ ก็ไปอ่านสิ่งที่ไม่

       ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ตั้งใจจะอ่าน)

      รู้ว่าเริ่มขุ่นมัวเมื่อไหร่ การเห็นคือถอยมาเป็นคนดู คุณจะเห็นช่องว่างระหว่างความขุ่นมัวนั้น

       กับตัวคุณ เมื่อเห็นช่องว่างนั้นคุณจะเป็นอิสระจากความรู้สึกนั้น เช่น เมื่อรู้สึกโกรธ ก็เห็น ว่านี่เป็นแค่

       ก้อนความโกรธที่วิ่งเข้ามาทักทาย คุณจะเห็นมันอยู่ ตรงหน้าเฉยๆ แต่หากความโกรธวิ่งเข้ามาแล้วสิงคุณได้

        แปลว่าคุณเห็นความโกรธนั้นไม่ทันแล้วค่ะ

      • รู้ว่าต้องปรับพลังในตัวเราอย่างไร ถ้าเรานิ่งอย่างเดียว มีหวังงานกอง ถ้าไฟมันลนแล้ว กำหนดส่งงาน

       มาแล้วเราต้องปรับให้การทำงานเข้มข้นขึ้นมาได้ โดยใจยังนิ่งไม่ลน ไม่ลก

     

หากทุกอย่างในที่ทำงาน ดูเหมือนจะถาโถมเข้ามาเหมือนพายุ วิ่งหมุนวุ่นวายไปตามเหตุปัจจัยที่คุณอาจจะควบคุม

ไม่ได้แต่คุณเลือกได้เสมอว่า คุณจะยอมถูกพัดหมุนไปตามแรงของพายุ หรือ จะฝึกให้ตัวเองมีสติ รู้สึกตัว

เป็นจอมยุทธ์พลังแก่กล้า ยืนตระหง่านท่ามกลางพายุ ยิ้มเย็นลูบหนวดเบาๆ แล้วตวัดเพลงกระบี่เป็นจังหวะที่

สวยงาม ใช้กำลังภายในจัดการงานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไหลลื่นที่สุด ดีกว่าเดิม ทำการงานที่เป็น

ประโยชน์ได้มากขึ้น และเหนื่อยน้อยลง 

ความสุข และสติเป็นสิ่งเลือกได้นะค่ะ  

 

เขียนโดย อ.เอ้ อิศรา  สมิตะพินทุ