ลองนึกดูว่า ในงานของคุณ มีอะไรบ้างที่ไม่ได้ดั่งใจ ที่ทำให้คุณหงุดหงิด ?

–  ทรัพยากรไม่พอ เช่น เวลา เครื่องมือ คำแนะนำ ความช่วยเหลือ หรือเปล่า ?

–  วิธีการทำงาน และสไตล์การทำงานของคนอื่นไม่ตรงกันกับของคุณ หรือเปล่า ?

–  มุมมองและทัศนคติที่ต่างกัน หรือเปล่า ?

–  เป้าหมายและบทบาทไม่ตรงกัน หรือเปล่า ?

ปัจจัยข้างต้นเป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในการทำงาน

ประเด็นที่น่าคิดก็คือ ถึงแม้ที่มาความขัดแย้งจะเกิดจากปัจจัยภายนอก (ระบบ ทรัพยากร นโยบาย วิธีการของเขา

ทัศนคติของเราเป้าหมายของเขา ฯลฯ) แต่ทางออกของความขัดแย้งเกิดที่ใจเรา

การที่เราเห็นว่าสิ่งนอกตัวมันขัดแย้งติดขัด ไม่มีประโยชน์มากเท่าการเห็นความขัดใจที่เกิดในใจเรา เห็นความคิด มุมมอง

และการแปลความของเรา ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์เรา และสกัดกั้นไม่ให้เรามองหาวิธีการใหม่ ๆ  ถามคำถามใหม่ ๆ

ได้ยินคำตอบใหม่ ๆ เมื่อเราทำงานกับตัวเองได้ ก้าวข้ามความรู้สึกขุ่นเคืองที่อยู่ในใจเราได้สำเร็จ ไม่ให้มันมามีอิทธิพลต่อ

ความคิดและการกระทำของเรา เมื่อนั้นสมองของเราจึงจะทำงานได้อย่างดี สามารถเห็นคำตอบที่ดีที่สุดในปัญหานี้ได้

การเปลี่ยนโฟกัส ก็เป็นทักษะพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความขัดแย้งได้

1. โฟกัสที่ประเด็นคืออะไร ไม่ใช่ตัวบุคคลว่าใคร

–  ประเด็นไหนถูกหรือผิด ไม่ใช่ใครถูกหรือผิด

–  ประเด็นไหนน่าเชื่อถือว่า เพราะอะไร ไม่ใช่ใครน่าเชื่อถือกว่าใคร

–  ประเด็นที่พูดคืออะไร ไม่ใช่ใครพูด

–  ประเด็นที่เสนอคืออะไร ไม่ใช่ประเด็นที่เสนอเป็นของใคร

2. โฟกัสที่อนาคต ไม่ใช่ที่อดีต

–  เราจะทำอย่างไรดี ไม่ใช่ ทำไมคนนั้นถึงทำลงไปอย่างนั้น

–  จะให้ฉันช่วยอะไร ไม่ใช่ ก็ฉันเคยบอกแล้วแต่ไม่มีใครเชื่อ

–  จะลองใหม่ให้ต่างไปอย่างไร ไม่ใช่ ก็เคยลองไปแล้วแต่ไม่สำเร็จ

3.โฟกัสที่ทางออก ไม่ใช่การกล่าวโทษ

–  อยากเห็นใครทำอะไรต่อไป ไม่ใช่ ทำไมใครไม่ทำอะไร

–  จะแก้อย่างไร ไม่ใช่ ปัญหาคืออะไร

–  แล้วเราทำอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ เรามีข้อจำกัดอะไร

การก้าวข้ามความขัดแย้งในใจเรา คือการเห็นตัวเองเมื่อเราขุ่นมัวขัดใจ และสามารถปล่อยวางอารมณ์นั้นไว้ข้าง ๆ

โดยไม่ถูกมันครอบงำได้ เมื่อนั้นเราจะสามารถเลือกความคิด มุมมองหรือโฟกัส การแปลความ ที่มีประโยชน์มากกว่า

และการกระทำที่ได้ผลมากกว่าได้ และเมื่อเราก้าวข้ามความขัดแย้งในใจเราได้ เราจะเติบโตจากมัน  และสามารถช่วยให้คนอื่นเติบโตได้เช่นกัน

 

เขียนโดย อ.เอ้ อิศรา  สมิตะพินทุ