ยุคนี้เป็นยุคของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่เรียนเพิ่งจบ หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง

มีตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยหลายคน ไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือในต่างประเทศ

ทำให้พนักงานบางคนที่ไม่มีความสุขกับการทำงานในบริษัท ได้แต่ทำงานตามหน้าที่ทุกวัน ไม่ได้อยากเติบโตอะไร ไม่อยาก

ฝึกฝนอะไรอีกในงานนั้น เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำ ทุกวันนี้ที่จำใจทำเพราะจำเป็น รอเวลาลาออกไป “ทำตามความฝัน”

ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนว่าคืออะไรกันแน่

เรียกได้ว่า เป็นเถ้าแก่คือปลายทางความฝัน งานประจำเพื่อคั่นเวลา

น่าเสียดายเวลาที่หายไปจากการคั่นเวลานั้น เพราะถึงแม้ธุรกิจส่วนตัวที่เขาอยากทำอาจไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เขาเป็นลูกจ้าง

ประจำอยู่แต่เขาลืมไปว่า ในการทำงานทุกวัน… ไม่ว่าจะอยู่ในบริษัทใด ขนาดใด และอุตสาหกรรมใด…ล้วนแล้วแต่เป็นการ

ฝึกฝนตน สร้างความพร้อมในการเป็นเถ้าแก่ทั้งสิ้น เพราะ

1. เถ้าแก่ต้องบริหารคนเป็น ถ้าคุณยังประสานงานกับคนอื่นไม่ราบรื่น ขอความร่วมมือแล้วไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ไม่ชอบเพื่อนร่วมงานบางคนหรือหลายคน เมื่อมีกิจการเป็นของตัวเอง คุณจะไม่รู้วิธีทำให้คนร่วมมือกับคุณ

และสิ่งนี้นับเป็นหัวใจของการสร้างธุรกิจเลยทีเดียว เพราะมันคือ การสร้างผลงานผ่านคนอื่นทั้งสิ้น และเถ้าแก่หลาย

คนไม่ทราบว่า แค่การจ่ายค่าจ้างให้ใครไม่จำเป็นที่คน ๆ นั้นจะอุทิศตนเพื่อธุรกิจของคุณ เขาก็คงทำงานแบบขอไปที

แบบที่คุณเองก็ยังทำนั่นแหละแต่ในทางกลับกัน หากคุณเรียนรู้ที่จะจูงใจคนเป็น คุณจะสนุกกับการเป็นลูกจ้างและ

การช่วยนายจ้างแก้ปัญหาอย่างยิ่ง

2. เถ้าแก่ต้องบริหารเวลาเป็น หลายคนมาปรึกษาว่าอยากเป็นเถ้าแก่ พอจะรู้คร่าว ๆ ว่าอยากทำอะไร แต่ขาดเงิน

ทุนและขาดข้อมูล เมื่อเรานั่งคุยกันและเขาได้สร้างแผนปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ข้อมูลและความมั่นใจในการไปหาเงินทุน

ปรากฏว่าเจ้าตัวปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่ทำตามแผนนั้น ด้วยเหตุผลว่า“ไม่มีเวลา” ถ้าคุณไปศึกษาประวัติเถ้าแก่ทั้ง

หลาย แทบทุกคนเคยผ่านการทำงานชนิดไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาในช่วงที่ฝ่าฟันเพื่อตั้งตัว พวกเขาต้องทำงาน

มากกว่าลูกจ้างตัวเองหลายเท่า มันไม่ใช่ว่าเขามีเวลามากพอ แต่เขาหาเวลาและอุทิศตนทำสิ่งที่ตัดสินใจแล้วว่าจะทำ

เพราะความพร้อมไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์ แต่อยู่ที่ตัวคุณ

3. เถ้าแก่ต้องบริหารตัวเองเป็น จริง ๆ ข้อนี้ควรสำคัญเป็นอันดับแรก มันคือการบริหารความคิดและอารมณ์ตัว

เองให้มีวินัยและลงมือทำในสิ่งที่เหมาะสมควรทำ ทำจนสำเร็จได้ มันคือการบริหารความกลัว ความกังวล ความโกรธ

ความโลภ ความตื่นตระหนัก ความขี้เกียจ ความผัดวันประกันพรุ่ง และอารมณ์ลบที่เข้าแทรกรายวันขณะที่เดินตาม

ถนนเถ้าแก่นี้ หากคุณยังไม่สามารถตื่นนอนเพื่อมาทำงานทันเวลาตอนเช้าทุกวันได้ การมีวินัยในการแก้ปัญหาที่คุณ

จะเจออีกร้อยพันอย่างก็จะยากมาก เพราะมันอาศัยพื้นฐานของการมีวินัยในตัวเองอันเดียวกันนั้นเอง

การเป็นพนักงานกินเงินเดือนหรือ salary man อาจไม่ได้เซ็กซี่มากเท่าการเป็นผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน แต่ถ้าเรามอง

ให้ดี การทำงานในฐานะลูกจ้างนั้น เท่ากับการมีคนจ่ายเงินเดือนให้เราฝึกฝนตนเองโดยไม่มีความเสี่ยงอะไรเลย

และถ้าคุณบริหารตัวเองเก่ง บริหารเวลาและทรัพยากรเก่ง บริหารคนอื่นด้วยการจูงใจและสร้างคนได้เก่ง ไม่ว่าคุณจะ

อยู่ในฐานะใดคุณจะสำเร็จและเรียกร้องผลตอบแทนที่คู่ควรได้เสมอ

เขียนโดย อ.เอ้ อิศรา  สมิตะพินทุ