ว่ากันว่า คนสมัยนี้ใช้ความคิดเยอะกว่าคนสมัยก่อนมาก เพราะงานที่ใช้เฉพาะแรงงานนั้น เรามีเครื่องจักรทำทดแทนไปได้เยอะ

แล้วงานที่เหลือจึงเป็นงานของคนเมืองที่ต้องนั่งในออฟฟิส คิด ๆ ๆ ๆ…

จนพวกเรา คิดมาก คิดวน คิดแล้วไม่กล้าตัดสินใจ !!!

การคิดรอบคอบเป็นสิ่งที่ดี แต่การคิดมาก หรือการคิดเยอะไปคงไม่ดีแน่  เพราะมันสกัดกั้นเราไม่ให้ลงมือทำ

“มีเส้นบาง ๆ กั้นระหว่างคิดรอบคอบ กับการคิดจนเป็นอัมพาต” หรือที่ฝรั่งมีศัพท์เรียกว่า Analysis Paralysis

เพราะบางครั้งเราอาจรู้สึกว่าต้องคิดให้รอบคอบก่อนจึงจะลงมือทำ แต่เราควรใช้เวลาเท่าไหร่กันล่ะ และรู้ได้อย่างไรว่าคิด

ครบถ้วนพร้อมลงมือทำแล้ว

เพราะเข้าใจว่าในที่ทำงานหลายแห่ง พวกเราเพลียกับการประชุมซ้ำ ๆ ที่ไม่มีข้อสรุปและการตัดสินใจ เพราะเรากลัว

การตัดสินใจ เราจึงจบการประชุมด้วยการให้ทุกคนไปหาข้อมูลเพิ่ม จนข้อมูลล้น…ก็ยังไม่มีการตัดสินใจ คนทำงานก็หมด

แรงไปตาม ๆ กัน ความตื่นเต้นตอนเริ่มโครงการ กลายเป็นความเหน็ดเหนื่อยกับการหาข้อมูล และความกลัวการตัดสินใจผิด

และการถูกกล่าวโทษ

มีข่าวดีและข่าวร้าย คุณอยากฟังอะไรก่อน !!!

ข่าวร้ายคือ สมัยนี้การคิดให้ครบถ้วน รอบคอบ ได้ข้อมูลและคำตอบที่แน่นอน แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะข่าวสารข้อมูล

เปลี่ยนแปลงเร็ว การตัดสินใจที่ตั้งบนข้อมูลของวันนี้ อาจล้าสมัยในวันพรุ่งนี้ก็ได้

ข่าวดีคือ การตัดสินใจ และลงมือทำแม้คุณจะไม่เห็นภาพชัดเจนทั้งหมด จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลมาเพิ่ม เพื่อการตั้งสมมติฐาน

ที่แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ และการลงมือทำยังให้พลังแก่ทีมอีกด้วย

เคล็ดลับคือ แทนที่จะต้องคิดทุกอย่างให้มีคำตอบชัดเจน คุณเพียงต้องชัดเจนว่าอะไรบ้างที่ยังไม่ชัด แล้วบนความไม่

ชัดเจนนั้นคุณตั้งสมมติฐานว่าอย่างไร เสร็จแล้วทุ่มเทความพยายามในการพิสูจน์สมมติฐาน ของคุณด้วยการลงมือทำ

หาคำตอบไปทีละข้อจนภาพค่อย ๆ ชัดขึ้นมา ดีกว่านั่งคิดจนภาพชัดแล้วค่อยลงมือทำ

เช่น ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะตลาดจะมีขนาดเท่าไหร ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะตั้งราคาเท่าไหร่จึงคุ้มทุน ลองตั้งสมมติฐานเรื่องราคาดูก่อน

แล้วออกแบบการทดลองเล็ก ๆ เช่นทดลองขายสินค้าตัวอย่าง ในราคาต่างกัน ในพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายกัน เพื่อดูว่าราคา

ไหนได้รับเสียงตอบรับดีและความสอดคล้องกับโวลุ่มอยู่ในจุดที่คุณรับได้

การทำงานแนวใหม่นี้ น่าจะตรงกับสภาพสังคมและธุรกิจในปัจจุบันมากกว่า และที่แน่ ๆ มันส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้พัฒนาและความสำเร็จในระดับที่เหนือกว่า

เขียนโดย อ.เอ้ อิศรา  สมิตะพินทุ