ในสองบทความที่แล้วเราพูดถึงปัญหาเดียวกันนี้ และได้แนะนำเทคนิคไปแล้ว 2 เทคนิค นั่นคือ“การเปลี่ยนกรอบความคิด” และการ“จับถูก” 

แต่ถ้าอาการคุณหนักหนาสาหัสมาก เพียงแค่นึกถึงคู่กรณี ก็เครียดความดันขึ้นแล้ว บางคนบอกเราตรง ๆ ว่าไม่ชอบเขามาก

ถึงขนาดได้ยินเสียงเขาคุยเดินมาคุยกับคนอื่น ก็จิตตกเสียแล้ว

ถ้าอย่างนั้น แม้แต่สองเทคนิคที่ว่าไปแล้ว ก็ยังอาจจะยากเกินไปด้วยซ้ำ

สิ่งที่ต้องทำก่อนคือ ทำใจให้มีความสุข เพราะความสุขทำให้เกิดพลังความคิด

ถ้าไปเริ่มที่ตัวปัญหาตรง ๆ เหมือนคนยังไม่ได้ฝึกซ้อมมาแล้วขึ้นชกเลย มีหวังคงเจอปัญหาชกน่วม หรือน็อคเอ๊าท์ไป

เท่านั้นเอง

สิ่งที่คุณอาจทำได้ก็คือ การคิดถึงและทำในสิ่งเล็ก ๆ ที่สร้างความสุขให้คุณ  จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อให้รู้สึกดีกับปัญหาที่เจอ

แต่เพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเองและกับชีวิตโดยรวม รู้สึกดีมากพอที่จะเริ่มคิดออก หรือเริ่มลงมือทำในสิ่งเล็ก ๆ ที่เกี่ยวกับปัญหา

ของคุณได้

 

ทุกครั้งที่คุณรู้สึกเครียดกับปัญหาบางอย่าง จนไม่อยากจะทำอะไรนอกจากกลับบ้านไปนอน  หรือถ้าคุณมีอาการเก็บเอา

ปัญหานี้ไปบ่นให้คนที่บ้านฟังทุกค่ำเมื่อทานอาหารเย็นกัน เรียกได้ว่าคนที่บ้านต้องมาฟังเรื่องของคุณ ประหนึ่งเป็นละคร

หลังข่าวแล้วล่ะก็ พึงรู้ไว้ว่าคุณถูกครอบงำแล้ว

คุณกำลังถูกครอบงำด้วยปัญหา ด้วยความรู้สึกลบ ชนิดเสพติดความลบเลยทีเดียว

ให้คุณคิดแก้ปัญหา ก็คิดไม่ออก มีแต่จะหาคนฟังคุณระบาย แล้วใครอย่าได้ขัดคอไม่เห็นด้วยเชียว!

สภาวะอย่างนั้น ไม่เหมาะกับการแก้ปัญหา คุณต้องทำใจให้อยู่ในโซนบวกก่อนเพื่อ “เปิดสมอง” และ “เปิดใจ”

ทำให้ตัวเองมีพลังเพียงพอก่อน

สิ่งง่าย ๆ คือการคิดถึงและทำในสิ่งเล็ก ๆ ที่เป็นความสุขของคุณ สิ่งนั้นมีธรรมชาติเป็นสิ่งที่คุณชอบ และทำได้โดยง่าย

ไม่เปลืองแรงมาก เช่น การเล่นกับลูก ดูหนังดูละคร ออกกำลังกาย เดินเล่น ปลูกต้นไม้ เดินซื้อของ ดูรูปธรรมชาติสวย ๆ

การทานขนมหรือทำกับข้าวที่ตัวเองโปรดปราน ฟังเพลง เล่นกับสัตว์เลี้ยง ปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่การคิดถึงสิ่งเหล่านั้น

(คือไม่ต้องทำ แต่แค่คิดก็สุขแล้ว)

ข้อสำคัญ คือ เป็นการทำเล็ก ๆ ที่ไม่เปลืองแรงมากนัก ไม่งั้นแทนที่คุณจะพร้อมกลับมาคิดแก้ปัญหา หรือลงมือทำอย่างอื่น

คุณอาจจะเหนื่อยกับการทำสิ่งพวกนี้ไปเสียก่อน

คราวหน้าถ้าจิตตก ลองคิดถึงหัวข้อที่ทำให้คุณมีความสุข ใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีไปกูลเกิลรูปสวย ๆ ในหัวข้อนั้น แล้วลอง

กลับมาดูระดับพลังงานในตัวคุณสิ มันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

เทคนิคนี้อาจไม่ได้แก้ปัญหาโดยตรง แต่มันจะรักษาใจและสมองของคุณให้มีแรงเพื่อไปค่อย ๆ หาวิธีแก้ปัญหาได้ต่อไป

อ่านต่อ : ต้องทำงานกับคนที่เราไม่ชอบ (1/3)

อ่านต่อ : ต้องทำงานกับคนที่เราไม่ชอบ (2/3)