ในบทความที่แล้ว เราพูดถึงเทคนิคการเปลี่ยนกรอบความคิด จากการมองเห็นปัญหา เป็นการมองเห็นโอกาส หรือที่เราเรียกว่า Reframe

ครั้งนี้เราอยากพูดถึงอีกเทคนิคหนึ่ง ซึ่งอินสปายราตั้งชื่อมันว่า “การจับถูก”

การจับถูก ก็ตรงข้ามกับสิ่งที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่ นั่นก็คือ “การจับผิด”  ซึ่งพวกเราต่างเคยทำกันโดยไม่รู้ตัว มากบ้าง

น้อยบ้าง เวลาเราตั้งสมมติฐานในด้านลบเกี่ยวกับใคร ตา หู และสมองของเราจะเปิด คอยหาหลักฐานมาสนับสนุนจนเป็น

ข้อสรุป “เห็นมั้ย ก็ฉันบอกแล้วว่าเขาเป็นคนอย่างนั้น” และถ้าเราสังเกตดี ๆ หลักฐานต่าง ๆ ก็เต็มไปด้วยความลำเอียงใน

การตีความเข้าข้างตัวเอง บางที เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจทำสิ่งที่เรารู้สึกว่าไม่ดีนั้น แต่เนื่องจากเราอยากได้หลักฐาน เราจะตีความว่า

เขาตั้งใจ และนั่นเป็นพฤติกรรมที่แย่มาก

การจับถูก ก็ตรงกันข้ามกับการจับผิดนั่นเอง นั่นคือการเฝ้ามองดูคนที่เป็นเป้าหมาย แล้วมองให้เห็นเป็นข้อ ๆ ว่าเขาทำอะไร

ดีบ้างไม่ว่าจะในสายตาเราหรือสายตาคนอื่น  ยิ่งมากข้อยิ่งดี ทำให้ได้ทุกวันยิ่งดี

การจับผิดใคร ๆ ก็ทำกันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องอาศัยพรสวรรค์อะไร แต่การจับถูกเป็นสิ่งพิเศษ มันต้องใช้

ความสามารถพิเศษและใจที่พิเศษ

นั่นคือ  (1) ใจที่ยอมปล่อยวางอดีตทั้งหลาย ไม่จดจ่อกับประเด็นว่าเขาเคยเป็นอย่างไร แต่จดจ่ออยู่กับการมองปัจจุบัน

        (2) ใจที่เอื้อเฟื้อ ยอมอนุโลมว่าเขามีเจตนาดี

        (3) ใจที่เพ่งในความบวก มองหาแต่หลักฐานที่เป็นบวก และปล่อยผ่านมองข้ามการกระทำที่เราไม่ชอบ

“การจับถูก” ได้ผล เพราะ

1. ยิ่งจับยิ่งเจอ –  เราจะเห็นว่าจริง ๆ หลักฐานมีให้เก็บทั้งในแง่ดีและร้าย ขึ้นอยู่กับว่าเรามองเก่งขนาดไหน

2. สอนสมองให้มองสิ่งสำคัญ – หลักฐานมีทั้งดีและร้าย คนฉลาดย่อมเลือกเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ แล้วใช้

ประโยชน์จากมันไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และคุณไม่สามารถเข้าถึงใครในระดับที่จะช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

ถ้าหากคุณยังเพ่งโทษเขาอยู่

3. สอนใจให้พึ่งใจตัวเอง – เมื่อคุณทำได้สักระยะหนึ่ง คุณจะพบพลังความสุขในตัวเองที่เพิ่มขึ้นทั้ง ๆ ที่คู่กรณียัง

ไม่มีการเปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเลย คุณจะค้นพบว่า ความสุขนั้น คุณเป็นผู้สร้างเอง และสร้างได้โดยไม่พึ่ง

การเปลี่ยนแปลงภายนอก

4. โน้มน้าวใจเขา ช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลง – คุณไม่สามารถไปเปลี่ยนใคร มีแต่เจ้าตัวที่ต้องอยากเปลี่ยนตัวเอง

เคล็ดลับที่ไม่ค่อยมีใครทราบคือ การเป็น “เพื่อน” ที่ยอมรับอีกฝ่าย และเห็นในข้อดีของอีกฝ่าย โดยไม่ต้องคอยย้ำ

เตือนว่าอีกฝ่ายมีข้อเสียอะไร อยู่ตลอดเวลานั้น มีพลังมาก หากคุณทำแบบนี้ให้ใครได้เขาจะลดกำแพงระหว่างเขาและ

คุณลงเขาจะค่อยๆ ได้ยินในสิ่งที่คุณอยากบอก ซึ่งคุณพยายามบอกมานาน แต่เขาไม่เคยฟังเพราะมีกำแพงอยู่

การจับถูกมีวิธีทำง่าย ๆ แต่ได้ผลมหาศาล แรก ๆ จะฝืนบ้างเพราะไม่ชิน และเพราะมันง่ายมาก คุณอาจมองข้าม และทำมัน

อย่างไม่เต็มที่พอที่จะเห็นผล แต่ถ้าคุณเปิดใจและเต็มที่กับมัน คุณจะพบพลังบวกที่คุณสร้างได้เอง และความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

 

อ่านต่อ : ต้องทำงานกับคนที่เราไม่ชอบ (1/3)

อ่านต่อ : ต้องทำงานกับคนที่เราไม่ชอบ (3/3)